Tagged: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ในระเบียบการบริหารราชการคณะสงฆ์ไทย การดำรงอยู่ของ “วัด” ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของศรัทธาทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีมิติของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสำคัญ โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “สถานะนิติบุคคลของวัดเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด และขั้นตอนใดคือความสมบูรณ์ที่สุด?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจลำดับขั้นตอนและนัยสำคัญทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การได้รับพระราชทาน “วิสุงคามสีมา” ถือเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งสำหรับวัดในประเทศไทย เพราะเป็นการได้รับพระราชทานเขตที่ดินเฉพาะส่วนเพื่อใช้เป็นที่ตั้งของอุโบสถ ทำให้วัดนั้นมีความสมบูรณ์ตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำหรับวัดที่เพิ่งได้รับการสร้างและตั้งขึ้นใหม่ มักมีคำถามว่า “จะสามารถขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาได้ทันทีเลยหรือไม่?”
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานะของวัดในพระพุทธศาสนา มิใช่เพียงการได้รับพระราชทานที่ดินจากองค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่เป็นการยกระดับสถานภาพของวัดให้มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งในทางพระธรรมวินัยและทางกฎหมายบ้านเมือง บทความนี้มุ่งอธิบายถึงสิทธิพิเศษและหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว
ในกระบวนการยื่นคำขออนุญาตสร้างวัดตามระเบียบปฏิบัติของคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง “ที่ดิน” ถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ความชัดเจนในสถานะทางกฎหมายของที่ดินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้มุ่งอธิบายถึงประเภทของเอกสารหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินที่ผู้ขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น ๒ กรณีหลักตามลักษณะการถือครองที่ดิน ดังนี้
“วิสุงคามสีมา” หมายถึง เขตที่ดินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่คณะสงฆ์เป็นการเฉพาะ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย เช่น การอุปสมบท การสถานภาพของวิสุงคามสีมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสมบูรณ์แห่งสังฆกรรม การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการพิจารณาตามลำดับชั้นการปกครองทั้งฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร เพื่อให้การพระราชทานเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์และโบราณราชประเพณี
บทนำ การจัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มิใช่เพียงการก่อสร้างเสนาสนะทางกายภาพเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่มีระเบียบและข้อกฎหมายกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าวัดที่เกิดขึ้นใหม่จะมีความมั่นคง ถาวร และเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชนได้อย่างแท้จริง บทความนี้มุ่งอธิบายหลักเกณฑ์และขั้นตอนสำคัญในการ “ขออนุญาตสร้างวัด” และ “การตั้งวัด” โดยอ้างอิงตามกฎกระทรวง การสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น ๒ ระยะสำคัญ ดังนี้ ๑. ระยะการขออนุญาตสร้างวัด (ตามหมวด ๑ แห่งกฎกระทรวงฯ) การสร้างวัดถือเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญ หมายถึงการขออนุญาตเพื่อดำเนินการก่อสร้างเสนาสนะบนที่ดินที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์องค์ประกอบพื้นฐานและขั้นตอนการพิจารณาไว้อย่างชัดเจน ๑.๑...
เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบน้อมรับพระสังฆราโชบายในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช 2569 จำนวน 12 ประการ มาเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับการควบคุมกิจกรรมที่บิดเบือนจากหลักพระพุทธศาสนา และการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ ดังนี้
การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มิได้เป็นเพียงการขยับตัวของตัวบทกฎหมายบนหน้ากระดาษ หากแต่เป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงโครงสร้างการบริหารจัดการคณะสงฆ์ไทยทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางปารีณา ศรีวนิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการพระพุทธศาสนา (นักวิชาการศาสนาทรงคุณวุฒิ) สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป
กรุงเทพมหานคร – ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๘: สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง จัดพิธีเปิดโครงการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก ส่วนภูมิภาค ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยระดมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกว่า ๔๐๐ รูป ดำเนินการตรวจประเมินผลระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ ธันวาคมนี้ เพื่อรักษามาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย