Tagged: การศึกษาพระปริยัติธรรม
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มุ่งเน้นการตรวจสอบและการวัดผลเชิงคุณภาพ ระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่สำคัญยิ่งด้วยการตรา พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 กฎหมายฉบับนี้มิได้เป็นเพียงกรอบระเบียบปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับ “มาตรฐานและการประกันคุณภาพ” ของการศึกษาสงฆ์ให้มีความเป็นสากลและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงโครงสร้างและนัยสำคัญของการสร้างระบบประกันคุณภาพในสถานศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อให้เห็นทิศทางของการสร้างศาสนทายาทในศตวรรษที่ 21
ในบริบทของสังคมไทย “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงดำรงฐานะเป็นศูนย์รวมจิตใจในฐานะประมุขแห่งศาสนจักร ทว่าในมิติทางนิติศาสตร์และการบริหารราชการคณะสงฆ์ พระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง “สกลมหาสังฆปริณายก” ผู้นำสูงสุดผู้กุมบังเหียนในการขับเคลื่อนโครงสร้างพุทธศาสนาให้ดำเนินไปอย่างมีเอกภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการประกาศใช้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางกฎหมายครั้งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อพระอำนาจหน้าที่และการบริหารงานปกครองสงฆ์ในยุคปัจจุบัน
เมื่อพูดถึง “กฎหมาย” ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นประมวลกฎหมายอาญาหรือแพ่งที่ใช้ตัดสินคดีความในศาล แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกของสังฆมณฑลไทยก็มี “ธรรมนูญ” หรือ “Operating System” (OS) ที่คอยขับเคลื่อนศรัทธาและการปกครองพระสงฆ์หลายแสนรูปให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมานับร้อยปี บทความนี้ขอเชิญชวนทุกท่านมา “กางคัมภีร์ผ้าเหลือง” ย้อนดูวิวัฒนาการว่ากว่าจะมาเป็นกฎเกณฑ์ที่เราเห็นในปัจจุบัน กฎหมายคณะสงฆ์ไทยผ่านการอัปเกรดเวอร์ชันอย่างไรบ้าง
กรุงเทพมหานคร – สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง แจ้งประกาศรายชื่อผู้สอบประโยคนักธรรมชั้นโท และธรรมศึกษาชั้นตรี-โท ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยเริ่มทยอยประกาศผลการสอบเฉพาะในเขตปกครองคณะสงฆ์ที่ดำเนินการตรวจสอบและรับรองผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่คลื่นแห่งเทคโนโลยีถาโถมเข้าใส่ทุกสถาบันทางสังคม การศึกษาสงฆ์ไทยกำลังยืนอยู่บนรอยต่อของความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นคือการ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” (Paradigm Shift) ของผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดธรรมะ จากภาพจำเดิมของครูผู้ยืนหน้าชั้นและ “บรรยายความรู้” (Lecturer) ป้อนข้อมูลฝ่ายเดียว วันนี้บริบทโลกบีบคั้นให้ต้องยกระดับสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายกว่า นั่นคือการเป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” (Learning Facilitator) ผู้ทำหน้าที่ออกแบบและบริหารจัดการให้ปัญญางอกงามขึ้นในใจผู้เรียน
ท่ามกลางกระแสธารแห่งเทคโนโลยีที่เชี่ยวกรากในศตวรรษที่ ๒๑ สถาบันทางสังคมทุกแห่งต่างถูกบีบคั้นให้ปรับตัวขนานใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่าง “วงการการศึกษาพระปริยัติธรรม” โจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่เพียงคำถามที่ว่า เราจะสอนอะไร แต่คือคำถามที่ท้าทายยิ่งกว่าว่า “เราจะสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหมายได้อย่างไร?”
๑. บทนำ: ปฐมบทแห่งการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของมหาเถรสมาคม มีหน้าที่หลักในการอำนวยการ สอบ และประเมินผลการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม (นักธรรมและธรรมศึกษา) ของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วราชอาณาจักร ประวัติศาสตร์ของสำนักงานฯ เชื่อมโยงโดยตรงกับการปฏิรูปการศึกษาหัวเมืองและการวางรากฐานระบบการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
เจาะลึกโครงสร้าง กบป.: กลไกขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “องค์กรกำกับดูแล” (Regulator) ด้านการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นเอกภาพทั่วประเทศ โดยมีโครงสร้างองค์ประกอบที่ผสมผสานระหว่างผู้บริหารระดับสูงของคณะสงฆ์และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากสาขาวิชาชีพ ดังนี้
กศป.: องค์กรบริหารนโยบายและเสาหลักการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระดับมหภาคเชิงนโยบาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสูงสุดในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญ ๕ ด้าน ดังนี้
ในอดีต ภาพจำของ “ภาษาบาลี” มักถูกจำกัดอยู่ในกำแพงวัดและถือเป็นศาสตร์เฉพาะทางสำหรับผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์เท่านั้น ภาษาบาลีจึงถูกมองว่าเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่ลึกลับและเข้าถึงได้ยากสำหรับบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในยุคแห่งการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ภายใต้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ กำแพงดังกล่าวได้ถูกทลายลงอย่างสิ้นเชิง ผ่านการพัฒนาหลักสูตร “บาลีศึกษา” (บ.ศ.) ซึ่งเปิดโอกาสให้คฤหัสถ์และพุทธบริษัททุกกลุ่มสามารถเข้าถึงขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งพุทธธรรมในระดับสูงเทียบเท่ากับพระภิกษุสามเณร