Tagged: ธรรมาภิบาลสงฆ์

0

การบริหารบุคลากรในวัด หลักกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ควรรู้

ภายใต้ระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย วัดมิได้มีสถานะเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจเท่านั้น หากยังเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัดในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ทั้งในด้านศาสนกิจและการจัดการทรัพย์สิน รวมถึงการกำกับดูแลบุคลากรที่พำนักหรือปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด

0

วัดกับโรงเรียน การจัดการเสียงรบกวนตามมติมหาเถรสมาคม

ในบริบทของสังคมไทย วัดและสถานศึกษาถือเป็นสถาบันพื้นฐานที่ดำรงอยู่ควบคู่กันมาอย่างยาวนาน วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจและคุณธรรม ขณะที่โรงเรียนทำหน้าที่พัฒนาความรู้และสติปัญญาของเยาวชน ทั้งสองสถาบันจึงมีความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

0

กฎหมายบ้านเมืองกับพระธรรมวินัย อยู่ร่วมกันอย่างไรในการปกครองคณะสงฆ์ไทย

ในบริบทของสังคมไทย พระภิกษุสงฆ์มิได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะบรรพชิตผู้มุ่งประพฤติปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นส่วนตน หากแต่ยังเป็นสถาบันทางสังคมที่มีบทบาทสัมพันธ์กับโครงสร้างของรัฐมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน วัดและคณะสงฆ์จึงมิได้อยู่โดดเดี่ยวจากระบบกฎหมายบ้านเมือง หากแต่อยู่ภายใต้กรอบนิติธรรมที่เชื่อมโยงระหว่าง “พระธรรมวินัย” และ “กฎหมายแผ่นดิน” อย่างเป็นระบบ

0

สถานะทางกฎหมายของวัดไทยในต่างประเทศ: กรณีศึกษาวัดไชยมังคลาราม มาเลเซีย

ในยุคปัจจุบันที่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาไทยขยายตัวไปสู่ระดับสากล “วัดไทยในต่างประเทศ” ได้ทวีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในมิติของการบริหารจัดการและธรรมาภิบาลนั้น สถานะของวัดไทยนอกราชอาณาจักรมีความซับซ้อนทางข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความคาบเกี่ยวระหว่างอำนาจการปกครองตามพระธรรมวินัยภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม กับอำนาจอธิปไตยทางกฎหมายของประเทศที่วัดนั้นตั้งอยู่

0

คลังปัญญาพุทธจักร: วิเคราะห์บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของวัดในการอนุรักษ์มรดกเอกสารโบราณและพุทธศิลป์ไทย

ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย “วัด” มิได้ดำรงสถานะเพียงวิหารสถานเพื่อการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น หากแต่ยังทรงหน้าที่เป็น “หอจดหมายเหตุ” และ “พิพิธภัณฑ์มรดกทางปัญญา” ที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และศิลปะอันล้ำค่าที่สุดของแผ่นดิน ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ คณะสงฆ์ไทยโดยมหาเถรสมาคมได้วางระบบเชิงโครงสร้างเพื่อส่งเสริมบทบาทของวัดในการเป็นปราการด่านแรกของการอนุรักษ์เอกสารโบราณและศิลปกรรมพุทธศิลป์ เพื่อมิให้ร่องรอยแห่งอารยธรรมเหล่านี้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

0

ธรรมบาลแห่งพุทธจักร: วิเคราะห์นิติฐานะและบทบาท “ไวยาวัจกร” ในฐานะผู้บริหารจัดการทรัพย์สินแห่งศรัทธา

ในระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย “วัด” มิได้ดำรงฐานะเพียงศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนเท่านั้น แต่ทรงสถานะเป็น นิติบุคคล ตามกฎหมาย ซึ่งมาพร้อมกับภาระหน้าที่ในการบริหารจัดการศาสนสมบัติและทรัพย์สินจำนวนมหาศาล ท่ามกลางภารกิจอันล้นมือของเจ้าอาวาสในฐานะผู้แทนของวัด ปรากฏตำแหน่งสำคัญที่เป็นเสมือน “แขนซ้ายและแขนขวา” ในฝ่ายฆราวาสนั่นคือ “ไวยาวัจกร” บทความนี้จะนำท่านไปวิเคราะห์เจาะลึกถึงบทบาท หน้าที่ และนัยสำคัญของตำแหน่งนี้ตามที่ระบุไว้ใน คู่มือพระสังฆาธิการ ฉบับปี ๒๕๖๗ และระเบียบมหาเถรสมาคม เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงกลไกการสร้างธรรมาภิบาล (Good Governance) ในการจัดการทรัพย์สินแห่งศรัทธาให้ก้าวทันโลกยุคปัจจุบัน

0

พุทธธรรมาภิบาล: เจาะลึกนิติวิธีจัดการศาสนสมบัติวัดภายใต้กฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๔

ในมิติของนิติศาสตร์ไทย “วัด” มิได้ดำรงฐานะเพียงศูนย์รวมจิตใจหรือพื้นที่ประกอบศาสนพิธีเท่านั้น แต่ยังมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดต้องดำเนินไปภายใต้ระเบียบแบบแผนที่รัดกุม การประกาศใช้ “กฎกระทรวง การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. ๒๕๖๔” จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา ให้สอดรับกับพลวัตของสังคมและระบบราชการร่วมสมัย บทความนี้จะนำท่านไปวิเคราะห์นัยสำคัญและโครงสร้างการบริหารจัดการภายใต้นิติวิธีใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลุ่มลึกในจุดตัดระหว่างพุทธจักรและอาณาจักร

0

พัฒนาการระบบธรรมาภิบาลและการตรวจสอบความสุจริตในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙: บทวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายและจริยธรรม

พุทธศักราช ๒๕๒๙ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ไม่เพียงเพราะสถิติผู้เข้าสอบธรรมสนามหลวงที่สูงถึง ๓๓๔,๔๔๕ รูป/คน ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวทางวิชาการของพุทธบริษัท แต่ยังเป็นปีที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบความสุจริตอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและคัดกรองบุคลากรให้เป็น “ศาสนทายาท” ที่แท้จริง ท่ามกลางการขยายตัวเชิงปริมาณของผู้เรียน

0

พุทธจักรในระบบนิติรัฐ: ผ่าตัดโครงสร้างและวิกฤตการเปลี่ยนผ่านบุคลากร จศป. ในระยะเริ่มแรก

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง มิใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางธุรการของคณะสงฆ์ไทย แต่คือนัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) จากระบบจารีตนิยมสู่ “ระบบนิติรัฐ” (Rule of Law) อย่างเต็มรูปแบบ ภารกิจที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนที่สุดในสมการนี้ คือการแปลงสถานะบุคลากรเดิมที่ปฏิบัติงานด้วยศรัทธา ให้กลายเป็น “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายรองรับ

0

ธรรมาภิบาลบนทางสายกลาง: เมื่อ ‘วินัยสงฆ์’ ผสาน ‘มาตรฐานรัฐ’ สู่มิติใหม่แห่งการบริหารคน

ภายใต้คลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ สิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดมิใช่เพียงเรื่องงบประมาณหรือวิทยฐานะ แต่คือการรื้อโครงสร้างอำนาจเดิมที่เคยพึ่งพิง “ดุลยพินิจส่วนบุคคล” (Personal Discretion) มาสู่การสถาปนาระบบ “นิติรัฐ” (Rule of Law) ที่เข้มข้น