Tagged: ธรรมาภิบาลสงฆ์

0

สถาปนิกวิศวกรรมมนุษย์: เจาะลึกบทบาท ‘กบป.’ ผู้วางระบบบริหารคนแห่งพุทธจักรยุคใหม่

ท่ามกลางคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ร.บ. ๒๕๖๒ สังคมมักจับจ้องไปที่งบประมาณหรือตัวเลขสถิติ แต่ฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดและเปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของการปฏิรูปครั้งนี้ กลับเป็นกลไกการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีชื่อย่อว่า “กบป.” หรือ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม

0

ถอดรหัสกฎหมายลูก: เดิมพันครั้งใหญ่ในรอยต่อของการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ เปรียบเสมือนการปักธงชัยทางนิติบัญญัติที่ประกาศให้สังคมรับรู้ว่า ระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคแห่งการใช้อำนาจตามจารีต สู่ยุคแห่ง “นิติรัฐ” (Rule of Law) อย่างเป็นทางการ

0

เปลี่ยนผ่านสู่สถาบันนิติรัฐ: เมื่อการศึกษาคณะสงฆ์ก้าวสู่สถานะ ‘องค์กรตามกฎหมาย’ (Statutory Board)

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มิใช่เพียงการประทับตราครุฑลงบนเอกสารเพื่อรับรองวิทยฐานะเท่านั้น หากแต่เป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาสงฆ์ไทย จากระบบที่ขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธาและจารีต” ไปสู่การเป็น “องค์กรตามกฎหมาย” (Statutory Board) อย่างเต็มภาคภูมิ

0

ศิลปะการครองสมดุล: เมื่อ ‘กศป.’ ต้องยืนอยู่บนรอยต่อระหว่าง ‘อาณาจักร’ และ ‘ศาสนจักร’

ในโลกของการบริหารจัดการสมัยใหม่ สิ่งที่ยากยิ่งกว่าการ “แสวงหาอำนาจ” คือการ “บริหารความรับผิดชอบ” โดยเฉพาะเมื่อต้องรับผิดชอบต่อผู้มีอำนาจสองฝ่ายที่มีเป้าหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มิใช่เพียงการจัดระเบียบองค์กรสงฆ์ใหม่ แต่คือการก่อกำเนิดโมเดลการปกครองที่นักรัฐศาสตร์และนักนโยบายสาธารณะเรียกว่า “ภาวะความรับผิดชอบสองทาง” (Dual Accountability) สถานการณ์ที่เปราะบางและท้าทายนี้เกิดขึ้นเมื่อ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ถูกวางบทบาทให้เป็น “คนกลาง” ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่าง “อำนาจรัฐ” (อาณาจักร) ที่เน้นความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ กับ “อำนาจสงฆ์” (ศาสนจักร) ที่เน้นความบริสุทธิ์แห่งพระธรรมวินัย

0

เปลี่ยนเข็มทิศนาวาธรรม: สถาปนานิติรัฐในองค์กรสงฆ์ จุดเปลี่ยนจากการใช้ “ดุลยพินิจ” สู่ “มาตรฐานสากล”

หากจะเอ่ยถึง “จุดเปลี่ยน” (Turning Point) ที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยในรอบทศวรรษ คงหนีไม่พ้นการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ กฎหมายฉบับนี้มิได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติราชการทั่วไป แต่คือนวัตกรรมทางความคิดที่เข้ามารื้อถอนโครงสร้างอำนาจเดิม เพื่อสถาปนาสิ่งที่เรียกว่า “นิติรัฐ” (Rule of Law) ให้เกิดขึ้นจริงในวงการสงฆ์

0

มาตรฐานการตรวจสอบภายในและกลไกการรายงานผลสำหรับสถานศึกษาพระปริยัติธรรม: แนวทางสู่ความโปร่งใสและประสิทธิภาพองค์กร

มาตรฐานการตรวจสอบภายในและกลไกการรายงานผลสำหรับสถานศึกษาพระปริยัติธรรม การตรวจสอบภายในถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้แก่สถานศึกษาพระปริยัติธรรม (ซึ่งครอบคลุมทั้งสำนักเรียน สำนักศาสนศึกษา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรของคณะสงฆ์เป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและบรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

0

ธรรมาภิบาลบุคลากรสงฆ์: เจาะลึกมาตรฐานวินัยและคุณสมบัติ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ตามระเบียบใหม่

การยกระดับสถานะของ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ภายใต้โครงสร้างกฎหมายใหม่ มิใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่ง หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ให้ก้าวสู่ความเป็น “นิติรัฐ” ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับระบบข้าราชการพลเรือน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติและกรอบจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างรัดกุม ดังรายละเอียดสำคัญต่อไปนี้

0

ธรรมาภิบาลสงฆ์ยุคใหม่: พลวัตการเปลี่ยนผ่านบทบาท “เจ้าสำนักเรียน” จากดุลยพินิจส่วนตนสู่ระบบนิติรัฐ

ในอดีต ภาพลักษณ์ของการบริหารจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักยึดโยงอยู่กับบารมีและอำนาจการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จของ “เจ้าสำนักเรียน” หรือเจ้าอาวาส (Local Power) เป็นสำคัญ การบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณภายในวัดจึงมักขึ้นอยู่กับ “ดุลยพินิจส่วนบุคคล” โดยขาดกลไกการกำกับดูแลจากส่วนกลางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยยกระดับสถานะจากผู้มีอำนาจตามจารีต สู่การเป็น “ผู้บริหารภายใต้ระบบนิติรัฐ” อย่างเต็มรูปแบบ