Tagged: มหาเถรสมาคม

0

ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่วัดภายหลังการจัดตั้ง

การจัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนาบนที่ดินของเอกชนนั้น เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินจาก “ทรัพย์สินส่วนบุคคล” ไปสู่การเป็น “ศาสนสมบัติ” เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปโดยเรียบร้อยและมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย บทบัญญัติแห่งกฎกระทรวงได้กำหนดกรอบเวลาและหน้าที่ความรับผิดชอบของทายาทหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินไว้อย่างชัดเจน บทความนี้จะอธิบายถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินภายหลังจากการตั้งวัดเสร็จสิ้น

0

แนวทางการดำเนินการทางกฎหมายกรณีผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดถึงแก่กรรมก่อนการตั้งวัดเสร็จสิ้น

กระบวนการสร้างวัดจนกระทั่งได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เป็นการดำเนินงานที่ต้องใช้ระยะเวลาและมีขั้นตอนละเอียดอ่อน ในบางกรณีอาจเกิดเหตุสุดวิสัยที่ผู้ริเริ่มหรือผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด (มักเป็นเจ้าของที่ดิน) ถึงแก่กรรมลงในระหว่างที่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายแนวทางปฏิบัติและข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อให้ทายาทหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถสานต่อเจตนารมณ์ในการตั้งวัดให้สำเร็จลุล่วงต่อไปได้

0

กระบวนการและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายในการสร้างและตั้งวัดในพระพุทธศาสนา: การวิเคราะห์ตามกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๙

บทนำ การจัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มิใช่เพียงการก่อสร้างเสนาสนะทางกายภาพเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่มีระเบียบและข้อกฎหมายกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าวัดที่เกิดขึ้นใหม่จะมีความมั่นคง ถาวร และเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชนได้อย่างแท้จริง บทความนี้มุ่งอธิบายหลักเกณฑ์และขั้นตอนสำคัญในการ “ขออนุญาตสร้างวัด” และ “การตั้งวัด” โดยอ้างอิงตามกฎกระทรวง การสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น ๒ ระยะสำคัญ ดังนี้ ๑. ระยะการขออนุญาตสร้างวัด (ตามหมวด ๑ แห่งกฎกระทรวงฯ) การสร้างวัดถือเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญ หมายถึงการขออนุญาตเพื่อดำเนินการก่อสร้างเสนาสนะบนที่ดินที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์องค์ประกอบพื้นฐานและขั้นตอนการพิจารณาไว้อย่างชัดเจน ๑.๑...

0

มส. น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ประการ: สั่งคุมเข้ม ‘พุทธพาณิชย์-ไสยศาสตร์’ ในวัด ปฏิรูปเกณฑ์แต่งตั้งพระสังฆาธิการเน้นจริยวัตร

เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบน้อมรับพระสังฆราโชบายในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช 2569 จำนวน 12 ประการ มาเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับการควบคุมกิจกรรมที่บิดเบือนจากหลักพระพุทธศาสนา และการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ ดังนี้

0

รังสรรค์ปัญญาด้วยสุนทรีย์: การหวนคืนของ ‘พระปฐมสมโพธิกถา’ สู่หลักสูตรเอกสนามหลวง พ.ศ. 2506

ท่ามกลางบรรยากาศการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ครั้งสำคัญภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แสงแดดรำไรในฤดูหนาวของปีพุทธศักราช 2506 ได้ส่องกระทบหน้ากระดาษที่บรรจุถ้อยคำอลังการของวรรณกรรมพุทธประวัติชิ้นเอก. เสียงพลิกตำราและเสียงอภิปรายในที่ประชุมมหาเถรสมาคมมิใช่เพียงการถกเถียงเรื่องระเบียบปฏิบัติ แต่คือการ “ฟื้นจิตวิญญาณ” แห่งพุทธศิลป์และวิชาการพุทธศาสนาให้กลับมาโลดแล่นบนธรรมมาสน์แห่งการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง. บทความนี้จะพาท่านย้อนเวลากลับไปดูเหตุการณ์สำคัญที่วรรณกรรมระดับมรดกชาติอย่าง “พระปฐมสมโพธิกถา” ถูกบรรจุเข้าเป็นเสาหลักของหลักสูตรนักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอกอย่างเป็นทางการ

0

พลิกโฉมการปกครองสงฆ์: พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑

ภาพอดีตที่กระจัดกระจาย หากย้อนกลับไปมองภาพการปกครองของคณะสงฆ์ไทยก่อนปี พุทธศักราช ๒๔๔๕ (ร.ศ. ๑๒๑) เราจะพบภาพที่แปลกตาไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ในยุคนั้น วัดวาอารามต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรดำรงอยู่อย่างเป็นเอกเทศ การปกครองแยกขาดจากกันเป็นก๊กเป็นเหล่า โดยมีเจ้าคณะใหญ่ ๔ สาย (เหนือ, ใต้, กลาง, ธรรมยุต) ต่างคนต่างปกครองโดยไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน และที่น่าทึ่งคือ ผู้ที่มีอำนาจบัญชาการสูงสุดเสมือน “สังฆราช” กลับมิใช่พระสงฆ์ แต่คือ “คฤหัสถ์” ในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ผู้รับพระบรมราชโองการจากพระมหากษัตริย์มาสั่งการพระอีกทอดหนึ่ง

0

กศป. กับบทบาท “เสาหลักแห่งนโยบาย”: กลไกการขับเคลื่อนการศึกษาพระปริยัติธรรมสู่มาตรฐานสากล

กศป.: องค์กรบริหารนโยบายและเสาหลักการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระดับมหภาคเชิงนโยบาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสูงสุดในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญ ๕ ด้าน ดังนี้

0

ศาสนสมบัติกลาง: นิยาม สถานะทางกฎหมาย และกลไกการบริหารจัดการทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา

ทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา หรือที่เรียกว่า “ศาสนสมบัติ” เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสถาบันศาสนา กฎหมายคณะสงฆ์ไทยได้จำแนกศาสนสมบัติออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “ศาสนสมบัติของวัด” และ “ศาสนสมบัติกลาง” บทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจโครงสร้างทางกฎหมายของ “ศาสนสมบัติกลาง” ครอบคลุมตั้งแต่นิยาม ผู้รับผิดชอบ ที่มาของทรัพย์สิน ตลอดจนมาตรการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด

0

กระบวนการและดุลยพินิจตามกฎหมาย: การแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงในระบอบการปกครองคณะสงฆ์ไทย

การบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะในส่วนของการปกครองอารามชั้นสูงอย่าง “พระอารามหลวง” นั้น เป็นเรื่องที่มีระเบียบแบบแผนและข้อกฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเรียบร้อยและศักดิ์ศรีแห่งสถาบันศาสนา ปัจจุบัน การแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงดำเนินไปภายใต้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕) ควบคู่กับ กฎมหาเถรสมาคม ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างผู้บริหารระดับสูงและมติขององค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์

0

บูรณาการสองโลก: ผ่าโครงสร้างอำนาจและกลไกกำกับดูแล ‘โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา’

ในภูมิทัศน์ของการศึกษาไทย “โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา” ถือเป็นโมเดลที่ท้าทายที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะเป็นการจัดการศึกษาแบบ “ทวิภาค” (Dual Curriculum) ที่ต้องหลอมรวมหลักธรรมทางศาสนาเข้ากับวิชาการทางโลก ภายใต้โจทย์ที่ซับซ้อนนี้ การบริหารจัดการจึงมิอาจขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการประสานพลังระหว่าง “จักรล้อแห่งธรรม” (คณะสงฆ์) และ “จักรล้อแห่งรัฐ” (กระทรวงศึกษาธิการ)