Tagged: กศป.

0

ธรรมาภิบาลสงฆ์ยุคใหม่: พลวัตการเปลี่ยนผ่านบทบาท “เจ้าสำนักเรียน” จากดุลยพินิจส่วนตนสู่ระบบนิติรัฐ

ในอดีต ภาพลักษณ์ของการบริหารจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักยึดโยงอยู่กับบารมีและอำนาจการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จของ “เจ้าสำนักเรียน” หรือเจ้าอาวาส (Local Power) เป็นสำคัญ การบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณภายในวัดจึงมักขึ้นอยู่กับ “ดุลยพินิจส่วนบุคคล” โดยขาดกลไกการกำกับดูแลจากส่วนกลางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยยกระดับสถานะจากผู้มีอำนาจตามจารีต สู่การเป็น “ผู้บริหารภายใต้ระบบนิติรัฐ” อย่างเต็มรูปแบบ

0

“จศป.” คือใคร? ถอดรหัสสถานะ ‘ลูกจ้างกึ่งข้าราชการ’ ที่คนทำงานศาสนาต้องรู้ (เมื่อวัดใช้เงินรัฐ แต่ไม่ได้เป็นข้าราชการ)

ความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในวงการการศึกษาคณะสงฆ์ มีคำถามโลกแตกที่ถามกันบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งคือ “ตกลงแล้ว จศป. เป็นข้าราชการหรือไม่?” คำตอบคือ “ไม่ใช่”… แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมถึงใช้ระเบียบวินัยเดียวกับข้าราชการ? ทำไมเงินเดือนต้องผ่านกระทรวงการคลัง?

0

สิทธิแห่งความยุติธรรม: ผ่ากระบวนการ ‘อุทธรณ์’ ของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรมเมื่อถูกลงโทษ

ในระบบการบริหารงานบุคคลที่มีธรรมาภิบาล “ดาบอาญาสิทธิ์” ในการลงโทษทางวินัย จะต้องมาพร้อมกับ “โล่แห่งสิทธิ” ในการโต้แย้งเสมอ สำหรับ เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาคณะสงฆ์ กฎหมายได้วางกลไกการ “อุทธรณ์” (Appeal Process) ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ทุกคำสั่งลงโทษจะผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและเป็นธรรม

0

อาญาสิทธิ์แห่งการแต่งตั้ง: ไขรหัสอำนาจบรรจุ ‘จศป.’ ภายใต้กฎเหล็กข้อ ๓๐

ในระบบบริหารราชการหรือองค์กรขนาดใหญ่ อำนาจในการ “บรรจุและแต่งตั้ง” (Recruitment and Appointment) ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่กำหนดทิศทางคุณภาพขององค์กร สำหรับระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและครอบคลุมทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ กฎหมายได้วางกลไกการมอบอำนาจไว้อย่างชัดเจนใน ข้อ ๓๐ ของข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลฯ พ.ศ. ๒๕๖๓

0

ดุลยภาพแห่งอำนาจ: วิเคราะห์บทบาท ‘กบป.’ และ ‘กศป.’ ในการกำหนดมาตรฐานบุคลากรการศึกษาสงฆ์

ในระบบราชการหรือองค์กรขนาดใหญ่ การบริหารทรัพยากรมนุษย์มิอาจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยปราศจากการตรวจสอบ ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมภายใต้กฎหมายใหม่จึงได้ออกแบบ “กลไกเชิงโครงสร้าง” ที่น่าสนใจ โดยแบ่งแยกหน้าที่ระหว่าง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ในฐานะ “สถาปนิก” ผู้ออกแบบมาตรฐาน และ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ในฐานะ “ผู้รักษาประตู” (Gatekeeper) ที่มีอำนาจอนุมัติขั้นสุดท้าย

0

บูรณาการสองโลก: ผ่าโครงสร้างอำนาจและกลไกกำกับดูแล ‘โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา’

ในภูมิทัศน์ของการศึกษาไทย “โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา” ถือเป็นโมเดลที่ท้าทายที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะเป็นการจัดการศึกษาแบบ “ทวิภาค” (Dual Curriculum) ที่ต้องหลอมรวมหลักธรรมทางศาสนาเข้ากับวิชาการทางโลก ภายใต้โจทย์ที่ซับซ้อนนี้ การบริหารจัดการจึงมิอาจขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการประสานพลังระหว่าง “จักรล้อแห่งธรรม” (คณะสงฆ์) และ “จักรล้อแห่งรัฐ” (กระทรวงศึกษาธิการ)

0

ตราประทับแห่งปัญญา: อำนาจอนุมัติ ‘ปริญญา’ และวิทยฐานะสงฆ์ภายใต้กลไก ‘กศป.’

ในโลกการศึกษาสมัยใหม่ “ใบปริญญา” มิใช่เพียงกระดาษรับรองความรู้ แต่คือ “ใบเบิกทาง” ทางสังคมและวิชาชีพ สำหรับการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นระบบการเรียนรู้แบบจารีต การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนสถานะของวุฒิการศึกษาสงฆ์ให้มี “ศักดิ์และสิทธิ์” เทียบเท่าการศึกษาทางโลก โดยมี คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ทำหน้าที่เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในการประทับตรารับรอง

0

เมื่อความยุติธรรมสะดุด: ผ่ากลไก ‘การร้องทุกข์’ และสิทธิขั้นสูงสุดของบุคลากรการศึกษาพระปริยัติธรรม

ในระบบบริหารงานบุคคลที่มีธรรมาภิบาล “ความยุติธรรม” มิได้หมายถึงเพียงการแต่งตั้งคนดีเข้าสู่ตำแหน่ง แต่ยังหมายรวมถึงกระบวนการเยียวยาเมื่อบุคลากรไม่ได้รับความเป็นธรรม ภายใต้บริบทของการศึกษาพระปริยัติธรรม หาก เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้เพียงลำพัง แต่ได้วางกลไก “การร้องทุกข์” ที่มีลำดับชั้นชัดเจน จนถึงองค์กรสูงสุดที่เป็นเสมือน “ศาลสถิตยุติธรรม” ของระบบ

0

ผ่าตัดระบบบุคลากรสงฆ์: จาก ‘เบี้ยหัวแตก’ สู่ ‘ธรรมาภิบาล’ ภายใต้กฎหมายการศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่

การศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นรากฐานสำคัญของพุทธศาสนาไทยมายาวนาน แต่ภายใต้ความขลังของระบบบริหารเดิม กลับซ่อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานับทศวรรษ ระบบบริหารเดิมที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจส่วนบุคคล ส่งผลให้การดูแลบุคลากรขาดมาตรฐานและกระจายตัวแบบ “เบี้ยหัวแตก”

0

พลิกโฉมการศึกษาสงฆ์: วิเคราะห์จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างและอำนาจ ภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มิใช่เพียงการตรากฎหมายฉบับหนึ่งเพื่อรองรับสถานะทางการศึกษาของคณะสงฆ์เท่านั้น หากแต่เป็น “จุดเปลี่ยนผ่าน” (Transition Point) ครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทย กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนศิลาฤกษ์ที่วางรากฐานใหม่ให้กับระบบการศึกษาสงฆ์ โดยเปลี่ยนผ่านจากระบบจารีตสู่ระบบบริหารจัดการภาครัฐที่ทันสมัย (Modernization) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางนิติฐานะ โครงสร้างอำนาจ และคุณภาพชีวิตของบุคลากร ดังบทวิเคราะห์ ๓ มิติสำคัญต่อไปนี้