Tagged: ประวัติการศึกษาคณะสงฆ์
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ขอพาทุกท่านเดินทางย้อนเวลากลับไปกว่า ๑๐๘ ปี สู่บรรยากาศการศึกษาพระปริยัติธรรมในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นยุคที่การสอบ “นักธรรม” เพิ่งเริ่มตั้งไข่และกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
บทนำ: ภูมิทัศน์การศึกษาคณะสงฆ์ ณ รอยต่อแห่งกาลเวลา ท่ามกลางบรรยากาศเหมันตฤดูของเดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ แสงตะวันยามเช้าที่ทอดลงสู่สถาปัตยกรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มิได้ฉายชัดเพียงความงดงามของศาสนสถาน แต่ยังส่องให้เห็นภารกิจสำคัญระดับชาติที่กำลังดำเนินไปอย่างขะมักเขม้น ภายในอาณาบริเวณของ วัดราชผาติการาม และ วัดสามพระยา คลาคล่ำไปด้วยกิจกรรมที่เปรียบเสมือนลมหายใจของระบบการศึกษาคณะสงฆ์ไทย นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ “ใบตอบ” นับแสนฉบับจากทั่วราชอาณาจักร ถูกส่งมารวมศูนย์เพื่อรับการเจียระไนผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เที่ยงธรรม สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรสงฆ์ในปี ๒๕๑๘ ที่เข้มแข็งและเป็นระบบที่สุดยุคหนึ่ง
๑. บทนำ: ปฐมบทแห่งการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของมหาเถรสมาคม มีหน้าที่หลักในการอำนวยการ สอบ และประเมินผลการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม (นักธรรมและธรรมศึกษา) ของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วราชอาณาจักร ประวัติศาสตร์ของสำนักงานฯ เชื่อมโยงโดยตรงกับการปฏิรูปการศึกษาหัวเมืองและการวางรากฐานระบบการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นผู้ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทยครั้งสำคัญ จากระบบที่เน้นบาลีแบบเดิม สู่หลักสูตรที่เปิดกว้างโดยเน้น “ธรรมะภาษาไทย” ควบคู่กับการศึกษาภาษาบาลี
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พ.ศ. ๒๔๐๓ – ๒๔๖๔) ทรงได้รับการยกย่องเป็น “สถาปนิกเอก” ผู้วางรากฐานการศึกษาและการบริหารคณะสงฆ์ไทยสมัยใหม่ พระกรณียกิจในการปฏิรูปการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของพระองค์ คือจุดกำเนิดของระบบ “นักธรรม” และ “สนามหลวง” ที่มีมาตรฐานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงดำรงฐานะเป็น แม่กองธรรมสนามหลวงรูปแรก (โดยพฤตินัย) ผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาไทย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ และต่อมาทรงเลื่อนเป็น กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) ทรงเป็นพระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์ และทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานและจัดวางระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของคณะสงฆ์ไทยให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในการจัดระบบ “นักธรรม” ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงสืบมา
การศึกษาพระพุทธศาสนาในระบบคณะสงฆ์ไทย มีโครงสร้างที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ซึ่งรากฐานสำคัญนี้วางโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงปฏิรูปการศึกษาโดยอิงจากพระวินัย และจัดระบบ “ภูมิความรู้” อันเป็นต้นแบบของหลักสูตรนักธรรมในปัจจุบัน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญทางรัฐประศาสโนบายของรัฐบาลสยาม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นให้คณะสงฆ์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานการศึกษาใหม่ จนนำไปสู่การวางรากฐานระบบการสอบ “นักธรรม” อย่างเป็นทางการ คือการประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔)
การสอบนักธรรมอย่างเป็นทางการ ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ (ร.ศ. ๑๓๐) เมื่อทางราชการขอให้มหาเถรสมาคมกำหนดหลักสูตร เพื่อเป็นเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” สำหรับยกเว้นการเกณฑ์ทหาร
การศึกษานักธรรมในครั้งนั้น เป็นที่นิยมและเป็นที่ยกย่องทั้งในวงการคณะสงฆ์และในทางราชการ ผู้ที่สอบได้ประโยคนักธรรม เมื่อลาสิกขาออกไป ก็สามารถรับราชการเป็น ครู สอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ได้