Tagged: ประวัติศาสตร์พุทธศาสนา
ในหน้าประวัติศาสตร์การปกครองคณะสงฆ์ไทย ภาพความแตกต่างของวัตรปฏิบัติระหว่าง “มหานิกาย” และ “ธรรมยุต” อาจเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคุ้นตา แต่เมื่อถึงคราวที่เสียงระฆังแห่งการสอบธรรมสนามหลวงดังขึ้นในปี พุทธศักราช 2508 พรมแดนแห่งนิกายกลับหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ภายใต้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา นี่คือฉากทัศน์แห่ง “เอกภาพ” ที่เจ้าคณะภาคและเจ้าคณะจังหวัดจากทั้งสองนิกาย ได้ประสานมือกันขับเคลื่อนวงล้อแห่งปัญญาให้หมุนวนไปทั่วราชอาณาจักร
ท่ามกลางบรรยากาศเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2508 เมื่อลมหนาวเริ่มพัดผ่านยอดเจดีย์และศาลาการเปรียญทั่วราชอาณาจักร ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของคณะสงฆ์ไทยคือการจัดสอบวัดความรู้ดุลยพินิจของเหล่านักเรียนนักธรรมและธรรมศึกษากว่า 140,484 ชีวิต ทว่าภายใต้ความเงียบสงัดของห้องสอบและเสียงปากกาที่ลากลงบนกระดาษฟุลสแก๊ปนั้น มีฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ “รากแก้วของพระพุทธศาสนา” เติบโตอย่างมั่นคง นั่นคือพลังอุปถัมภ์ที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ จากพุทธศาสนิกชนที่หลอมรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์
ในท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านศาลาการเปรียญไม้ในเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2508 กลิ่นธูปควันเทียนจาง ๆ อบอวลอยู่เหนืออาสนะที่นั่งของเหล่าสมณะและกุลบุตรผู้เตรียมตัวเข้าสอบธรรมสนามหลวง ทว่าเหนือกว่าเสียงพลิกกระดาษข้อสอบ คือท่วงทำนองแห่งปัญญาที่ดังก้องจากคำปราศรัยของ พระธรรมปาโมกข์ แม่กองธรรมสนามหลวง ในขณะนั้น ท่านได้วางรากฐานทางความคิดที่ลุ่มลึกเกี่ยวกับคุณค่าของมนุษย์ผ่านคำสองคำที่ฟังดูคล้ายกัน แต่มีน้ำหนักทางจิตวิญญาณต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “เกียรติคุณ” และ “เกียรติยศ”
ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่แปรเปลี่ยนในคาบสมุทรมลายูช่วงกึ่งศตวรรษก่อน เมื่อสหพันธรัฐมลายูได้เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “สหพันธรัฐมาเลเซีย” ความเป็นปึกแผ่นของวิถีพุทธไทยในดินแดนโพ้นทะเลยังคงส่องประกายอย่างไม่เสื่อมคลาย ภาพของศาลาวัดไม้เก่าแก่ในรัฐกลันตันและรัฐเคดาห์ไม่ได้เป็นเพียงที่พำนักของสงฆ์ แต่ในพุทธศักราช 2508 สถานที่เหล่านี้ได้กลายเป็นเข็มทิศทางปัญญา เมื่อสนามหลวงแผนกธรรมได้แผ่กิ่งก้านแห่งพระปริยัติธรรมข้ามพรมแดน เพื่อจัดสอบวัดภูมิธรรมให้แก่พุทธบริษัทที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
บทนำ: นัยสำคัญทางนิติศาสตร์ในพระวินัย ในกระบวนการบัญญัติพระวินัยสงฆ์ “ทุติยปาราชิก” หรือสิกขาบทข้อที่ ๒ ว่าด้วยการห้ามอทินนาทาน (การลักทรัพย์) ถือเป็นกฎเกณฑ์ที่มีความซับซ้อนและยึดโยงกับบริบททางสังคมและกฎหมายบ้านเมืองอย่างลึกซึ้ง มูลเหตุของบัญญัตินี้มิได้เริ่มต้นจาก “ความโลภ” ในทรัพย์สินเงินทองโดยตรง แต่กลับมีจุดเริ่มต้นจากความพยายามในการแสวงหาที่อยู่อาศัยและการตีความเจตนาของผู้มีอำนาจผิดพลาด กรณีศึกษาที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือเรื่องราวของ “พระธนิยะ กุมภการบุตร”
หนึ่งในปัจจัยสำคัญทางรัฐประศาสโนบายของรัฐบาลสยาม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นให้คณะสงฆ์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานการศึกษาใหม่ จนนำไปสู่การวางรากฐานระบบการสอบ “นักธรรม” อย่างเป็นทางการ คือการประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔)