Tagged: วัดบวรนิเวศวิหาร

0

รวมช่องทางติดต่อ “สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง” และเบอร์โทรศัพท์ภายในหน่วยงานต่างๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อสอบถามข้อมูล ประสานงาน หรือดำเนินการเรื่องต่างๆ กับสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ท่านสามารถติดต่อได้ตามช่องทางและรายละเอียดดังต่อไปนี้ ที่อยู่และเวลาทำการ

0

ปราการปัญญาแห่งพระนคร: เจาะลึกโครงสร้างเครือข่ายอารามหลวงและการรวมศูนย์สอบธรรมสนามหลวงส่วนกลาง พ.ศ. ๒๕๒๐

ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเทพมหานครในปลายปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ เมื่อลมหนาวเริ่มพัดปกคลุมยอดมณฑพและพระปรางค์ริมฝั่งเจ้าพระยา ในขณะที่วิถีชีวิตคนเมืองเริ่มก้าวเข้าสู่ความทันสมัย แต่ภายในรั้วพระอารามหลวงสำคัญกลับเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างมีระเบียบวินัย นี่คือยุคทองที่ยอดผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงพุ่งทะยานสูงถึง ๒๑๙,๘๑๓ รูป/คน การจะบริหารจัดการผู้เข้าสอบจำนวนมหาศาลนี้ได้ จำเป็นต้องมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งซึ่งเรียกว่า “สำนักเรียนส่วนกลาง” โดยมีอารามชั้นเอกทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นรวบรวมเหล่าศาสนทายาทจากวัดต่าง ๆ มาทดสอบภูมิธรรมบนมาตรฐานเดียวกัน

0

จาก “มนุษยนาคมานพ” สู่ปราชญ์แห่งสยาม: ปฐมวัยแห่งการเรียนรู้และการค้นหาตัวตน

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๔ บรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังอันวิจิตรตระการตา มิได้มีเพียงเรื่องราวของการปกครองและราชประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็น “โรงเรียนแห่งแรก” ของเจ้านายพระองค์น้อย ผู้ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นเสาหลักทางปัญญาของสยามประเทศ พระองค์คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ หรือที่เรารู้จักกันในภายหลังว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

0

ธรรมจักษุ: แสงเทียนเล่มแรกแห่งวงการวารสารพุทธศาสนาไทย

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปประเทศที่โหมกระหน่ำเข้ามาในสยามดั่งคลื่นลูกใหญ่ การศึกษาสมัยใหม่เริ่มก่อตัวขึ้น กลิ่นหมึกพิมพ์เริ่มหอมอบอวลแทนที่กลิ่นใบลาน ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง แสงสว่างดวงหนึ่งได้ถูกจุดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา เป็นแสงสว่างที่ไม่ได้มาจากเปลวเทียนในโบสถ์วิหาร แต่เป็นแสงสว่างแห่งปัญญาที่ถูกจารึกลงบนแผ่นกระดาษ นั่นคือการถือกำเนิดของ “ธรรมจักษุ”

0

นักโบราณคดีจีวร: ปราชญ์ผู้ไขรหัสลับจารึกสุโขทัยและอินเดีย

บทนำ: ปราชญ์ผู้อยู่เหนือมิติแห่งกาลเวลา ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ภาพจำของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มักปรากฏในฐานะ “พระสังฆราช” ผู้ทรงวางรากฐานการศึกษาและการปกครองสงฆ์ แต่หากเราเพ่งมองผ่านเลนส์แห่งกาลเวลาให้ลึกลงไป เราจะพบอีกหนึ่งบทบาทที่น่าอัศจรรย์และล้ำสมัยยิ่งกว่ายุคใด นั่นคือบทบาทของ “นักโบราณคดีจีวร” ผู้ทรงใช้สายพระเนตรอันคมกริบไขปริศนาตัวอักษรโบราณที่หลับใหลมานับพันปี ให้กลับมามีชีวิตโลดแล่นบอกเล่าเรื่องราวแห่งศรัทธาอีกครั้ง

0

จากพระราชดำริสู่ความจริง: กำเนิดมหามกุฏราชวิทยาลัย

รุ่งอรุณแห่งการศึกษาสมัยใหม่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ย้อนกลับไปในปี พุทธศักราช ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) บรรยากาศภายในกำแพงแก้วของวัดบวรนิเวศวิหารมิได้เงียบสงบเพียงเพื่อการบำเพ็ญสมณธรรมเท่านั้น แต่กลับคุกรุ่นไปด้วยไฟแห่งการตื่นรู้ทางปัญญา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระอิสริยยศในขณะนั้นคือ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส) ทรงเพิ่งได้รับสถาปนาเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต พระองค์มิได้ทรงมองการศึกษาของสงฆ์เป็นเพียงการท่องจำคัมภีร์ใบลานแบบเดิมอีกต่อไป แต่ทรงมองไกลไปถึงการสร้าง “สถาบันการศึกษาชั้นสูง” ที่ทันสมัยทัดเทียมอารยประเทศ

0

กำเนิด “นักธรรม”: การปฏิวัติการเรียนรู้พระธรรมวินัย

แสงสว่างในความมืดมนของการเรียนรู้ หากหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ภาพการศึกษาในวัดวาอารามของสยามประเทศยังคงปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่ง “ความจำ” มากกว่า “ความเข้าใจ” ในยุคนั้น พระภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ไม่ได้มีโอกาสเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่างมีแบบแผน ผู้ที่สนใจใฝ่รู้ต้องขวนขวายหาความรู้เอาเองตามมีตามเกิด ส่วนผู้ที่ไม่ใส่ใจก็นับว่าแทบจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหลักธรรม นอกจากการสวดมนต์ตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

0

ภารกิจเชื่อมโยงศรัทธาและระเบียบ: วัตถุประสงค์การเสด็จตรวจการคณะสงฆ์หัวเมืองของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ

ในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ไทย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงริเริ่มภารกิจการเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ภารกิจนี้มิใช่เพียงการเสด็จเยือนตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการวางรากฐานระเบียบปฏิบัติและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับคณะสงฆ์ไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๕ ประการ ดังนี้

0

กำเนิดหลักสูตร “นักธรรม”: การปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์สู่มาตรฐานใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๕

การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้วางรากฐานสำคัญคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงริเริ่มหลักสูตร “นักธรรม” หรือการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมขึ้น เพื่อยกระดับความรู้ของภิกษุสามเณรให้มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในขณะนั้น โดยมีเหตุผลและปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

0

ทางแยกแห่งศรัทธาและยุทธศาสตร์: เบื้องหลังการผนวชตลอดพระชนมชีพของ “แม่ทัพธรรม” แห่งสยาม

ทางแยกแห่งศรัทธาและยุทธศาสตร์: การตัดสินพระทัยที่เปลี่ยนโฉมหน้าคณะสงฆ์ไทย หาก “การศึกษา” คือเครื่องมือหลักที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงใช้ในการพัฒนาสยามประเทศ “ผ้ากาสาวพัสตร์” ก็เปรียบเสมือนธงชัยที่นำทางพระองค์ไปสู่ความสำเร็จนั้น การตัดสินพระทัยละทิ้งวิถีทางโลกเพื่อมุ่งสู่ทางธรรมของเจ้าฟ้าผู้ทรงภูมิปัญญาพระองค์นี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความศรัทธาส่วนพระองค์ แต่เป็นกุศโลบายสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างสังคมไทยในเวลาต่อมา