Tagged: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ฝ่าวิกฤตปฏิรูปการศึกษา: ถอดรหัสอุปสรรคและจุดเปลี่ยนแห่งการเรียนรู้ในหัวเมืองสยาม การวางรากฐานระบบการศึกษาทั่วประเทศในช่วงต้นของการปฏิรูปสยาม ไม่ได้ราบรื่นเหมือนการขีดเขียนลงบนกระดาษเปล่า แต่คือการปรับแก้โครงสร้างทางสังคมที่หยั่งรากลึกมานับศตวรรษ จากการศึกษาเอกสาร “การพัฒนาสยามประเทศ” เราพบว่าภารกิจการจัดการศึกษาในหัวเมืองสมัยรัชกาลที่ ๕ ต้องเผชิญกับกำแพงอุปสรรค ๔ ประการที่ท้าทายวิสัยทัศน์ของผู้นำในยุคนั้นอย่างยิ่ง
“แว่นอังกฤษ”: หน้าต่างทางปัญญาและนวัตกรรมการศึกษาของปราชญ์สยาม ในยุคที่สยามประเทศกำลังก้าวข้ามผ่านจารีตเดิมเพื่อเข้าสู่ความเป็นอารยะ ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเพียง “ภาษาที่สอง” แต่คือเครื่องมือสื่อสารกับอำนาจและวิทยาการของโลกใหม่ ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปนั้น ตำรา “แว่นอังกฤษ” (Wan Angkrit) ได้อุบัติขึ้นในฐานะนวัตกรรมทางปัญญาที่ส่องสว่างให้กับวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะอนุรักษนิยมที่สุดอย่าง “สังฆมณฑล”
ถอดรหัส พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑: เมื่อ “ระเบียบสงฆ์” คือพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาชาติ ในบรรดาการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) การประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียง “วัตรปฏิบัติ” ของพระสงฆ์ แต่เป็นการจัดวางระบบปฏิบัติการ (Operating System) ใหม่ให้กับพุทธจักรไทยเพื่อให้สอดรับกับความเป็น “รัฐสมัยใหม่”
หน้าต่างบานแรกสู่โลกกว้าง: ปริศนาครูชาวสกอต และมรดก “แว่นอังกฤษ” ในยุคสมัยที่สยามประเทศกำลังเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเพื่อการปฏิรูปครั้งใหญ่ “ภาษาอังกฤษ” ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะสื่อสาร แต่คือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงวิทยาการระดับสากล หนึ่งในปัญญาชนสยามที่ทรงใช้กุศโลบายนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทว่าหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ใครคือผู้วางรากฐาน “พหุภาษา” ให้แก่พระองค์ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์
คู่คิดการปฏิรูป: บทบาทเคียงข้างรัชกาลที่ ๕ พลิกโฉมสยามสู่ “รัฐสมัยใหม่” (Modern State) ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นที่สุดยุคหนึ่งคือรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ซึ่งเป็นยุคที่สยามต้องเผชิญกับมรสุมแห่งลัทธิล่าอาณานิคม การรักษาอธิปไตยของชาติในเวลานั้นมีเพียงหนทางเดียว คือการเร่งปฏิรูป (Reform) และสร้างความทันสมัย (Modernization) ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ
ทางแยกแห่งศรัทธาและยุทธศาสตร์: การตัดสินพระทัยที่เปลี่ยนโฉมหน้าคณะสงฆ์ไทย หาก “การศึกษา” คือเครื่องมือหลักที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงใช้ในการพัฒนาสยามประเทศ “ผ้ากาสาวพัสตร์” ก็เปรียบเสมือนธงชัยที่นำทางพระองค์ไปสู่ความสำเร็จนั้น การตัดสินพระทัยละทิ้งวิถีทางโลกเพื่อมุ่งสู่ทางธรรมของเจ้าฟ้าผู้ทรงภูมิปัญญาพระองค์นี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความศรัทธาส่วนพระองค์ แต่เป็นกุศโลบายสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างสังคมไทยในเวลาต่อมา
รัฐบุรุษทางปัญญาคู่พระทัยรัชกาลที่ ๕: การวางรากฐานการศึกษาชาติด้วยกุศโลบาย “วัดเป็นโรงเรียน” ในยุคสมัยที่คลื่นลมแห่งจักรวรรดินิยมกำลังโหมกระหน่ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า พรมแดนที่แข็งแกร่งที่สุดในการปกป้องเอกราชของสยามไม่ใช่เพียงอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่คือ “คุณภาพของคน” และเครื่องมือเพียงหนึ่งเดียวที่จะสร้างคุณภาพนั้นได้ คือการปฏิรูประบบการศึกษาให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปราชญ์ผู้ปฏิรูปสยามสู่ความทันสมัย ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการปฏิรูปประเทศสยามสู่ความทันสมัย นามของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการจารึกในฐานะปราชญ์ทางพุทธศาสนาและ “รัฐบุรุษทางปัญญา” พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานการศึกษาและระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปัญญาชนสยามผู้พลิกโฉมการศึกษาและสังคมไทยสู่โลกสมัยใหม่ ในวาระครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งการสิ้นพระชนม์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลก ในปี พ.ศ. 2564 สาขาการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เหตุใดพระภิกษุผู้ครองสมณเพศในยุคเปลี่ยนผ่านของสยามพระองค์นี้ จึงได้รับการยอมรับในระดับสากล? บทความนี้จะพาไปสำรวจวิสัยทัศน์และ “มรดกทางปัญญา” ที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยจวบจนปัจจุบัน
วิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาคณะสงฆ์ไทย คือการเปลี่ยนจากการเน้นภาษาบาลีอย่างเดียว มาสู่ระบบ “ธรรมะภาษาไทยอย่างสามัญ” หรือที่รู้จักในชื่อ “นักธรรม” ซึ่งทำให้การศึกษาธรรมะเข้าถึงพระภิกษุสามเณรได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ