Tagged: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
เคยไหม? สอบได้คะแนนเต็มวิชาหนึ่ง แต่ไปตกม้าตายอีกวิชาหนึ่ง จนสุดท้ายสอบตกทั้งหมด? ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน! ในยุคเริ่มแรกของการสอบนักธรรม ผู้เข้าสอบหน้าใหม่ต้องสอบหลายวิชาพร้อมกัน ต่างจากพระเปรียญรุ่นเก่าที่ค่อยๆ เก็บสะสมวิชาได้ ทำให้ผู้สอบใหม่เสียเปรียบและสอบตกกันมาก
รู้หรือไม่? ในช่วงแรกของการตั้งสนามหลวง ข้อสอบวัดบางแห่ง “หิน” ยิ่งกว่าข้อสอบกลาง! ในสมัย ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕) ระบบการสอบ “สนามหลวง” (Central Exam) เพิ่งเริ่มตั้งไข่ ในขณะที่วัดบางแห่ง (เช่น วัดบวรนิเวศวิหาร) มีการจัดการเรียนการสอนและสอบกันเองมานานจนเข้มข้น
เปิดคู่มือการสอบฉบับแรก! กับเกณฑ์การให้คะแนนสุดหินแต่ยืดหยุ่น จากตอนที่แล้ว เราทราบว่ามีการตั้งหลักสูตร “สามเณรรู้ธรรม” ขึ้นมาเพื่อคัดกรองคนหนีทหาร แต่ในทางปฏิบัติ “กรรมการเขาวัดผลกันอย่างไร?” เอกสารฉบับนี้คือ “อธิบายการสอบไล่ฯ” ที่เผยให้เห็นเกณฑ์การตัดสินที่น่าทึ่ง โดยมีการแบ่งวิชาออกเป็น 3 ส่วนหลัก และมีการจัดลำดับชั้น (เอก โท ตรี) ตามความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สอบผ่านหรือตกเพียงอย่างเดียว
เมื่อ “พิมพ์เขียว” การศึกษาได้รับการประทับตราอนุมัติ หลังจากที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางโครงสร้างหลักสูตร “นวกภูมิ” (นักธรรม) และส่งเรื่องผ่านกระทรวงธรรมการเพื่อนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ: สาส์นฉบับสำคัญถึงกระทรวงธรรมการ หลังจากที่ที่ประชุมเถรสมาคมได้ตกผลึกเรื่องการแยกหลักสูตรการศึกษาออกเป็น “สายสามัญ” (ภาษาไทย) และ “สายวิสามัญ” (บาลี) แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอพระบรมราชานุญาตเพื่อประกาศใช้
เมื่อ “บาลี” ยากเกินไปสำหรับหัวเมือง… ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง ในการประชุมเถรสมาคม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเสนอ “คำชี้แจง” ที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสมัยใหม่
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน พระภิกษุสามเณร และผู้สนใจประวัติศาสตร์ ร่วมย้อนเวลากลับไปสู่สมัยรัชกาลที่ ๖ (ร.ศ. ๑๓๐) เพื่อค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาคณะสงฆ์ไทย ผ่านซีรีส์บทความพิเศษชุด “แฟ้มธรรม”
สานต่อจากตอนที่แล้ว: หลังจากที่คณะสงฆ์ต้องกำหนดเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” เพื่อยกเว้นการเกณฑ์ทหาร ในการประชุมครั้งแรก (มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐) มาถึงการประชุม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงตกผลึกทางความคิด และนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ “เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณะสงฆ์ไทย” ไปตลอดกาล นั่นคือการเปลี่ยนจาก “การเรียนบาลีที่ยากลำบาก” มาสู่ “การเรียนธรรมะภาษาไทย” ที่เข้าถึงง่ายกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า ๑๐๐ ปีก่อน (พ.ศ. ๒๔๕๔) รัฐบาลสยามออกกฎหมายเกณฑ์ทหาร โดยยกเว้นให้ “พระภิกษุ” แต่สำหรับ “สามเณร” นั้น ต้องเป็นผู้ “รู้ธรรม” เท่านั้นถึงจะได้รับการยกเว้น …คำถามใหญ่จึงตกมาอยู่ที่คณะสงฆ์ว่า “แค่ไหนถึงเรียกว่ารู้ธรรม?”
การสอบนักธรรมอย่างเป็นทางการ ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ (ร.ศ. ๑๓๐) เมื่อทางราชการขอให้มหาเถรสมาคมกำหนดหลักสูตร เพื่อเป็นเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” สำหรับยกเว้นการเกณฑ์ทหาร