ยุทธศาสตร์กระจายอำนาจสู่ภูมิภาค: พลวัตบทบาท ‘เจ้าคณะภาค’ ในการบริหารการตรวจธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๐

บทนำ: ความท้าทายทางสถิติและโจทย์ใหม่ของการบริหาร

ในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ วงการศึกษาคณะสงฆ์ไทยได้จารึกสถิติครั้งสำคัญ เมื่อยอดผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง ๒๑๙,๘๑๓ รูป/คน ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณ “ใบตอบ” (กระดาษคำตอบ) มีจำนวนมหาศาล เปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ทางวิชาการที่ถาโถมเข้าสู่ระบบการจัดการส่วนกลาง สถานการณ์นี้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้แม่กองธรรมสนามหลวงต้องวางกุศโลบายบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อมิให้กลไกการวัดผลเกิดภาวะชะงักงัน ในบริบทนี้เองที่บทบาทของ “เจ้าคณะภาค” ได้ถูกยกระดับขึ้นอย่างโดดเด่น ในฐานะกลไกหลักของการกระจายอำนาจทางปัญญา เพื่อรักษาดุลยภาพระหว่าง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ของการศึกษาสงฆ์

๑. โมเดลการบริหารจัดการ: การแบ่งภารกิจเพื่อประสิทธิภาพ

เพื่อตอบสนองต่อปริมาณผู้เข้าสอบที่เพิ่มขึ้น สนามหลวงแผนกธรรมได้ใช้นโยบายการบริหารแบบแยกส่วน (Segmentation) โดยพิจารณาตามลำดับชั้นของวุฒิการศึกษา:

  • ระดับนักธรรมชั้นโทและเอก: ยังคงยึดหลักการรวมศูนย์ (Centralization) โดยส่งใบตอบทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลาง ณ วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เพื่อให้มาตรฐานการตรวจในระดับสูงมีความเป็นเอกภาพและแม่นยำที่สุด
  • ระดับนักธรรมชั้นตรี: ซึ่งเป็นฐานรากที่มีจำนวนผู้เข้าสอบมากที่สุด ได้รับการปรับเปลี่ยนสู่ระบบกระจายอำนาจ (Decentralization) โดยมอบหมายให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะสงฆ์ระดับภาคในการดำเนินการเบ็ดเสร็จภายในพื้นที่ [๒๙๔]

๒. เจ้าคณะภาค: ผู้อำนวยการตรวจระดับภูมิภาค

ภายใต้โครงสร้างการบริหารปี ๒๕๒๐ “เจ้าคณะภาค” (ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต) ได้รับบทบาทสำคัญในฐานะ “ผู้อำนวยการตรวจธรรมสนามหลวงประจำภาค” ซึ่งมีอำนาจวินิจฉัยและสั่งการตามระเบียบสนามหลวง โดยท่านสามารถเลือกบริหารจัดการได้ ๒ รูปแบบ ตามความเหมาะสมของบริบทพื้นที่และการคมนาคม:

  1. รวมตรวจระดับภาค: สั่งการให้นำใบตอบทั้งภาคมาตรวจรวมกัน ณ สำนักงานเจ้าคณะภาค
  2. กระจายตรวจระดับจังหวัด: สั่งการให้แยกย้ายกันตรวจ ณ ศูนย์สอบประจำจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งภายในภาค

การให้อำนาจตัดสินใจแก่ส่วนภูมิภาคเช่นนี้ ส่งผลให้ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการขนส่งใบตอบเข้าสู่ส่วนกลาง และข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการ “ประกาศผลสอบได้ทันที” หลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยของนักเรียนและสร้างความตื่นตัวในพื้นที่

๓. เอกภาพทางมาตรฐานและระบบรายงานผล

แม้รูปแบบการปฏิบัติงานจะกระจายตัวออกไป แต่หัวใจสำคัญที่ยังคงรักษาไว้คือ “มาตรฐานเดียวทั่วราชอาณาจักร” เจ้าคณะภาคมีหน้าที่กำกับดูแลให้คณะกรรมการตรวจทุกชุด ปฏิบัติหน้าที่โดยยึด “ธงคำตอบ” และเกณฑ์การให้คะแนนจากส่วนกลางอย่างเคร่งครัด

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เจ้าคณะภาคจะทำหน้าที่รวบรวมฐานข้อมูลสถิติสำคัญ ได้แก่ บัญชีรายชื่อผู้สอบได้, บัญชีคะแนน และบัญชีสำมะโนครัว (แบบ ศ.๑ และ ศ.๕) ส่งกลับมายังแม่กองธรรมสนามหลวง เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และออกประกาศนียบัตร ระบบการประสานงานเช่นนี้เปรียบเสมือนเครือข่ายใยแมงมุมที่ยึดโยงโครงสร้างการศึกษาสงฆ์ทั้งระบบให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างไร้รอยต่อ

บทสรุป

การบริหารการสอบธรรมสนามหลวงในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของการ “กระจายอำนาจ” ในองค์กรสงฆ์ การมอบบทบาทให้เจ้าคณะภาคดูแลนักธรรมชั้นตรี ไม่เพียงช่วยลดภาระงานของส่วนกลาง แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ “รากแก้ว” ของพระพุทธศาสนา เมื่อกระบวนการวัดผลในระดับฐานรากมีความรวดเร็วและคล่องตัว ย่อมส่งผลให้การผลิตศาสนทายาทรุ่นใหม่ดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการจรรโลงสังคมไทยสืบไป

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *