ยุทธศาสตร์กระจายอำนาจ: บทบาท ‘เจ้าคณะภาค’ ในการบริหารการตรวจธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๑๘

บทนำ: วิกฤตศรัทธากับความท้าทายในการบริหารจัดการ

ในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ วงการศึกษาคณะสงฆ์ไทยได้เผชิญกับปรากฏการณ์ความตื่นตัวทางวิชาการครั้งสำคัญ เมื่อสถิติผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง ๒๐๕,๘๗๗ รูป/คน ตัวเลขดังกล่าวแม้จะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการเผยแผ่ศาสนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็น “โจทย์หิน” ด้านการบริหารจัดการสำหรับกองธรรมสนามหลวงส่วนกลาง การรวบรวมและประเมินผลใบตอบนับแสนฉบับให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันจำกัด กลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน โดยการดึง “เจ้าคณะภาค” เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักของการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค

๑. โมเดลการบริหารจัดการ: การแบ่งแยกหน้าที่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เพื่อขจัดปัญหาคอขวดทางโลจิสติกส์และความล่าช้าในการประกาศผลสอบ แม่กองธรรมสนามหลวงได้วางระบบการจัดการใบตอบ (Answer Sheet Management) โดยจำแนกตามลำดับชั้นความรู้

  • นักธรรมชั้นโทและเอก: ยังคงใช้ระบบรวมศูนย์ (Centralization) โดยส่งใบตอบทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลาง ณ วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เพื่อรักษามาตรฐานขั้นสูง
  • นักธรรมชั้นตรี: ซึ่งเป็นกลุ่มฐานรากที่มีจำนวนผู้เข้าสอบมากที่สุด ได้รับการปรับเปลี่ยนสู่ระบบกระจายอำนาจ (Decentralization) โดยมอบหมายให้เป็นภารกิจของคณะสงฆ์ระดับภาคดำเนินการเบ็ดเสร็จในพื้นที่

๒. เจ้าคณะภาค: แม่ทัพบัญชาการกองตรวจระดับภูมิภาค

ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ “เจ้าคณะภาค” (ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต) ได้รับการยกระดับบทบาทจากผู้ปกครองสงฆ์ สู่การเป็น “ผู้อำนวยการตรวจธรรมสนามหลวงประจำภาค” โดยมีอำนาจหน้าที่เชิงบริหารตามระเบียบปฏิบัติ พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังนี้:

  1. การบริหารสถานที่: มีอำนาจตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะดำเนินการรวมตรวจ ณ สำนักงานเจ้าคณะภาค หรือกระจายศูนย์ตรวจไปยังจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในเขตปกครองตามความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์
  2. การบริหารบุคลากร: ทำหน้าที่คัดสรรและกำกับดูแลคณะกรรมการตรวจประโยคธรรมในระดับภูมิภาค เพื่อให้การพิจารณาใบตอบดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ผลสัมฤทธิ์สำคัญของกระบวนการนี้ คือการลดระยะเวลาในการขนส่งเอกสาร และเอื้อให้สามารถประกาศผลสอบนักธรรมชั้นตรีได้ทันทีหลังการตรวจเสร็จสิ้น โดยเจ้าคณะภาคจะทำหน้าที่เพียงรวบรวมฐานข้อมูลสถิติ (บัญชี ศ.๑ และ ศ.๕) ส่งกลับมาบันทึกเป็นหลักฐานที่ส่วนกลางในภายหลัง

๓. มาตรฐานเดียวทั่วไทย: ดุลยภาพระหว่างการกระจายอำนาจกับการควบคุมคุณภาพ

แม้จะมีการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค แต่หัวใจสำคัญที่แม่กองธรรมสนามหลวงยังคงรักษาไว้อย่างเคร่งครัดคือ “ความเป็นเอกภาพของมาตรฐาน” (Standardization) คณะกรรมการระดับภาคทุกคนต้องยึดถือธงคำตอบและเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนดจากส่วนกลาง เพื่อให้วุฒิการศึกษาทางธรรมมีความศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เจ้าคณะภาคยังมีบทบาทในฐานะ “ผู้ประสานงานระดับสูง” (Liaison Officer) ในการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ อาทิ การประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อขอสิทธิยกเว้นค่าโดยสารสำหรับพระเปรียญที่เดินทางไปคุมสอบ และการจัดหาบุคลากรจากส่วนกลางไปช่วยเสริมทัพในพื้นที่ขาดแคลน

บทสรุป

การบริหารการสอบธรรมสนามหลวงในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจด้านรัฐประศาสนศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย การมอบอำนาจให้เจ้าคณะภาคเป็นผู้รับผิดชอบการตรวจนักธรรมชั้นตรี ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานของส่วนกลาง แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกการบริหารงานคณะสงฆ์ในระดับภูมิภาค ส่งผลให้ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมสามารถรองรับการขยายตัวของศาสนทายาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *