จริยวัตรแห่งปัญญา: บทวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ว่าด้วยระเบียบและมารยาทของผู้เข้าสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙

พุทธศักราช ๒๕๒๙ นับเป็นห้วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ด้วยสถิติผู้เข้าสอบทั่วราชอาณาจักรที่สูงถึง ๓๓๔,๔๔๕ รูป/คน ปรากฏการณ์ที่มีผู้สนใจศึกษาหลักธรรมจำนวนมหาศาลนี้ นำมาซึ่งความจำเป็นในการรักษาความเรียบร้อยและมาตรฐานของการสอบ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงจึงให้ความสำคัญยิ่งกับ “ระเบียบว่าด้วยมารยาทของผู้เข้าสอบ” ซึ่งมิใช่เพียงมาตรการควบคุมทางกายภาพ แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึง “จริยวัตรแห่งผู้รู้ธรรม” และวัฒนธรรมความสำรวมที่สืบทอดกันมา

๑. สัญลักษณ์แห่งความเคารพและความมักน้อยทางวัตถุ ในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้มีการบังคับใช้ประกาศสนามหลวงแผนกธรรมและบาลี ว่าด้วยมารยาทของผู้เข้าสอบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อปฏิบัติเบื้องต้นก่อนเข้าสู่ห้องสอบ ตามระเบียบข้อที่ ๙ และ ๑๐ ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องถอดรองเท้าและงดเว้นการถือร่มเข้าสู่บริเวณสอบ

ข้อกำหนดเหล่านี้มีนัยทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงธรรมเนียมการแสดงความเคารพต่อสถานที่สอบอันเป็นเขตพุทธาวาส และเป็นการแสดงความเคารพต่อองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการสื่อถึงการละวางอัตตา ความสะดวกสบาย หรือเครื่องแสดงยศศักดิ์ภายนอก เพื่อเข้าสู่สภาวะแห่งความมักน้อยและสำรวมในอินทรีย์ อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของนักธรรม

๒. การควบคุมอินทรีย์และรักษาสุขลักษณะในปริมณฑลการสอบ ภายในปริมณฑลการสอบ ความสงบเรียบร้อยถือเป็นหัวใจสำคัญ ระเบียบข้อที่ ๔ จึงกำชับเรื่องการงดใช้เสียงหรือการกระทำที่รบกวนผู้อื่น นอกจากนี้ ในบริบทของสังคมยุค พ.ศ. ๒๕๒๙ ยังมีการเน้นย้ำมารยาททางกายภาพที่ละเอียดอ่อนตามข้อที่ ๖ อาทิ การห้ามทิ้งสิ่งปฏิกูล การบ้วนน้ำลาย หรือการทำให้น้ำหมึกเปรอะเปื้อน ซึ่งสะท้อนถึงการฝึกฝนตนเองให้มีความละเอียดอ่อนในการควบคุมอิริยาบถ และการรักษาสุขลักษณะส่วนรวม

๓. สมณสารูปและวินัยต่อผู้กำกับการสอบ การธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของสนามสอบ จำเป็นต้องอาศัยความพร้อมเพรียงในการปฏิบัติตน ระเบียบข้อที่ ๘ ได้กำหนดกรอบแห่งสมณสารูปสำหรับบรรพชิต และการแต่งกายที่สุภาพเหมาะสมสำหรับคฤหัสถ์ ซึ่งเปรียบเสมือนการแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบต่อหน้าที่ศาสนทายาท

ควบคู่ไปกับมาตรการในข้อที่ ๑๑ และ ๑๒ ที่เน้นย้ำการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้กำกับการสอบอย่างเคร่งครัด และห้ามแสดงกิริยาโต้เถียง โดยมีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ฝ่าฝืน ทั้งนี้เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของระบบการสอบในภาพรวม

บทสรุป ระเบียบว่าด้วยมารยาททั้ง ๑๒ ประการ ซึ่งสืบทอดหลักการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๖ ถือเป็นกุศโลบายสำคัญในการสร้างดุลยภาพระหว่าง “วิทยฐานะ” (ความรู้) และ “จริยาสมบัติ” (ความประพฤติ) สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงยึดมั่นในหลักการว่า ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะต้องเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งความรู้ในทางธรรมและความสำรวมในทางวินัย ระเบียบปฏิบัติเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองและหล่อหลอมบุคลากรทางศาสนาให้มีคุณภาพ เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *