กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruption ที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดวิถีชีวิตและโครงสร้างสังคมในทุกมิติ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยมิได้หยุดนิ่งอยู่เพียงกรอบจารีตเดิม หากแต่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าภายใต้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ เพื่อมุ่งสู่หมุดหมายใหม่ที่เรียกว่า “การศึกษาปริยัติธรรม ๔.๐” ซึ่งมีเป้าประสงค์สำคัญในการยกระดับการศึกษาสงฆ์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พุทธศาสระดับโลก
ในอดีตบริบทการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและบารมีของเจ้าอาวาสเป็นสำคัญ ลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบ “ใครพร้อมก็เปิด ใครไม่พร้อมก็ปิด” โดยขาดการกำกับดูแลเชิงระบบ ส่งผลให้เกิดภาวะ “เบี้ยหัวแตก” กล่าวคือ มีสถานศึกษากระจายตัวอยู่จำนวนมากแต่ขาดเสถียรภาพและมาตรฐานทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม ภายใต้การปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ในปัจจุบัน ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาฯ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้เข้ามาวางรากฐาน “วงจรชีวิต” ของสถาบันการศึกษาสงฆ์ใหม่ ให้ก้าวสู่ความเป็นนิติรัฐที่มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
ในบริบทของโลกยุคปัจจุบันที่กระแสโลกาภิวัตน์เชื่อมโยงมนุษยชาติเข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล “Soft Power” ด้านจิตวิญญาณและปัญญาญาณได้กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ประชาคมโลกต่างแสวงหา ประเทศไทยในฐานะดินแดนอันรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา จึงมิได้ดำรงสถานะเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับโลก” (Global Hub of Buddhist Education) ภายใต้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม ระยะกลาง พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐
จาก “ศรัทธาอาสา” สู่ “วิชาชีพที่มีมาตรฐาน” ในอดีต ภาพจำของบุคลากรผู้สนับสนุนงานการศึกษาในวัดมักถูกมองในฐานะ “ลูกจ้างวัด” หรือผู้ทำงานจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความศรัทธา โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าอาวาสเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ โดยการยกระดับสถานะของบุคคลเหล่านี้ให้กลายเป็น “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายรองรับชัดเจนและอยู่ภายใต้ระบบนิเวศการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM) ที่ทันสมัย
รอยต่อระหว่างศรัทธาและนิติรัฐ ท่ามกลางบริบทสังคมโลกสมัยใหม่ที่ความศรัทธาจำต้องดำเนินไปควบคู่กับหลักนิติรัฐ (Rule of Law) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยภายใต้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ มิใช่เพียงแค่การปฏิรูปหลักสูตรให้ทันสมัยเท่านั้น หากแต่หัวใจสำคัญที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนระบบให้ดำรงอยู่ได้คือ “ธรรมาภิบาลทางการคลัง” (Fiscal Governance)
สถาปัตยกรรมแห่งคุณภาพในการศึกษาสงฆ์ไทย ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปครั้งสำคัญของคณะสงฆ์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบจารีตดั้งเดิมเข้าสู่ระบบนิติรัฐภายใต้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ความสนใจของสังคมส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่เรื่องงบประมาณหรือสถานะทางกฎหมายของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึง “สถาปัตยกรรมแห่งคุณภาพ” อย่างลึกซึ้ง เราจะพบกลไกหนึ่งที่เปรียบเสมือนเข็มทิศและฟันเฟืองสำคัญในระดับปฏิบัติการ นั่นคือ “พระปริยัตินิเทศก์”
พระปริยัตินิเทศก์: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาคณะสงฆ์ ในการบริหารจัดการการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย “พระปริยัตินิเทศก์” ถือเป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม บทความนี้จะนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับนิยาม บทบาทหน้าที่ และสถานภาพทางกฎหมายของพระปริยัตินิเทศก์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อโครงสร้างการบริหารงานบุคคลภายใต้ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม
กลไกที่มองไม่เห็น (The Invisible Mechanism) ในระบบการศึกษาทางโลก เรามี “ศึกษานิเทศก์” คอยกำกับคุณภาพโรงเรียน ในโลกของธุรกิจ เรามี “Auditor” และ “Consultant” คอยตรวจสอบและวางแผนกลยุทธ์ แล้วในโลกของการศึกษาคณะสงฆ์ล่ะ? ใครคือคนที่คอยดูว่า พระเณรเรียนอะไร? ครูสอนดีไหม? หรือหลักสูตรเดินหน้าไปทางไหน? คำตอบคือ “พระปริยัตินิเทศก์”.
เมื่อ “ทัพหน้า” แข็งแกร่ง ต้องมี “กองหนุน” ที่ทรงพลัง เวลาเราพูดถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม สปอตไลท์มักจะส่องไปที่ “ครูผู้สอน” เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ระบบการศึกษาจะเดินหน้าไปไม่ได้เลยหากขาด “Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการที่ดี
เมื่อการสอนธรรมะ ต้องมี “วิทยฐานะ” รองรับ ในอดีต ภาพจำของ “ครูสอนพระปริยัติธรรม” อาจดูเหมือนภารกิจเชิงอุทิศตนที่ขึ้นอยู่กับความเสียสละเป็นหลัก แต่ภายใต้โครงสร้างใหม่ของ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม และข้อบังคับปี ๒๕๖๓ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Professionalism” (ความเป็นมืออาชีพ)