กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog

กำหนดการและสถานที่ตรวจใบตอบ

กำหนดการและสถานที่ตรวจใบตอบธรรมสนามหลวง ประจำปี ๒๕๖๘: แนวปฏิบัติสำหรับสำนักเรียนส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้ประกาศกำหนดการสำหรับการวัดและประเมินผลการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยได้วางระเบียบวาระเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ และผู้รับผิดชอบในการตรวจใบตอบ (ข้อสอบ) ธรรมสนามหลวง

สำนักงานแม่กองธรรม

บทบาทของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงในงานสอบธรรมและการบริหารการศึกษา

การศึกษาพระปริยัติธรรมถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงอยู่และเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนกธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาพระธรรมวินัยใน ภาษาไทย เกิดขึ้นจากพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อครั้งที่ทรงเห็นว่าการศึกษาพระปริยัติธรรมในภาษาบาลีนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับภิกษุสามเณรทั่วไป นำไปสู่การขาดแคลนผู้มีความรู้ในพระธรรมวินัย

สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง--

สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง: เสาหลักแห่งการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของคณะสงฆ์ไทย

สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง (Royal Dhamma Studies Office) ถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในโครงสร้างการบริหารการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติการหลักที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาและการประเมินผล “หลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกธรรม” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเผยแผ่และสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งแก่พระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ทั้งภายในราชอาณาจักรและในต่างประเทศ

กศป-สศป-อบป.

พลิกโฉมธรรมาภิบาลการศึกษาคณะสงฆ์: บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบอำนาจหน้าที่ “กศป. สศป. และ อบป.” ตาม พ.ร.บ. ๒๕๖๒

รุ่งอรุณใหม่แห่งการบริหารจัดการ นับตั้งแต่การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ระบบการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีการยกระดับโครงสร้างการบริหารสู่ความเป็นสากลและทันสมัยยิ่งขึ้น

สศป-กศป-อบป

บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบอำนาจหน้าที่: กลไกสามเสาหลัก “กศป.” “สศป.” และ “อบป.” ในการบริหารการศึกษาพระปริยัติธรรม

นับตั้งแต่การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ระบบการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ได้ถูกยกระดับเข้าสู่การบริหารจัดการสมัยใหม่ โดยมีการจัดตั้งองค์กรสามระดับเพื่อทำหน้าที่ในมิติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.), ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม (สศป.), และ คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (อบป.)

กศป-สศป

โครงสร้างการบริหารการศึกษาพระปริยัติธรรม: บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบอำนาจหน้าที่ระหว่าง “กศป.” และ “สศป.”

การปฏิรูปการศึกษาพระปริยัติธรรมภายใต้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การบริหารจัดการครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการแยกบทบาทหน้าที่ (Separation of Functions) ระหว่างการกำหนดนโยบายกับการปฏิบัติการออกจากกันอย่างชัดเจน ผ่านการจัดตั้งสองกลไกหลัก

การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ: บทบาทและอำนาจหน้าที่ระหว่าง “กศป.” และ “กบป.” ในระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม

การขับเคลื่อนระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การแบ่งแยกอำนาจหน้าที่และการทำงานสอดประสานกันระหว่างสององค์กรหลัก ได้แก่ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) และ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.)

ผลกระทบทางนิติวิธีของ “ข้อบังคับ กศป. พ.ศ. ๒๕๖๗”: การเปลี่ยนผ่านอำนาจและมาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรม

การประกาศใช้ “ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗” นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางนิติศาสตร์ของวงการการศึกษาพระปริยัติธรรม

การยกระดับมาตรฐานการจัดตั้งและบริหารสถานศึกษาพระปริยัติธรรม: สาระสำคัญแห่งข้อบังคับ กศป. พ.ศ. ๒๕๖๗

การประกาศใช้ “ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗” ถือเป็นนวัตกรรมทางกฎหมายที่สำคัญยิ่ง ภายใต้กรอบอำนาจของพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อห้ามร้ายแรง

วินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพ: ข้อห้ามปฏิบัติร้ายแรงสำหรับเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ตามระเบียบ พ.ศ. ๒๕๖๓

การรักษามาตรฐานทางวินัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานบุคคลในองค์กรสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการศึกษาคณะสงฆ์ ภายใต้ ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้บัญญัติหมวดว่าด้วยวินัยและการรักษาวินัยไว้อย่างเคร่งครัด