Tagged: การบริหารการศึกษาคณะสงฆ์
ในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาของชาติไทย การสอบบาลีสนามหลวงนับเป็นเหตุการณ์สำคัญประจำปีที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองทางสติปัญญาและศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งเป็นห้วงเวลาก่อนที่ประเทศไทยและประชาคมโลกจะก้าวเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒ เพียงไม่กี่ปี เอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสอบในปีนั้น ได้บันทึกภาพรวมของการบริหารจัดการที่แสดงถึงระเบียบวินัยอันเคร่งครัด บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร และความวิริยอุตสาหะของเหล่ากุลบุตรผู้ครองกาสาวพัสตร์ไว้อย่างเป็นรูปธรรม
การปฏิรูปการศึกษาพระปริยัติธรรมในยุคปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานครั้งสำคัญ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาทั่วประเทศ หนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คือ “สำนักแม่กองธรรมสนามหลวงประจำหน”
ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ สังคมไทยและกรุงเทพมหานครมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว บริบทดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าสอบธรรมสนามหลวงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจนแตะระดับแสนรูป/คน สถานการณ์นี้ถือเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่และบุคลากรเพื่อให้การสอบดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน ภายใต้การนำของพระสุธรรมาธิบดี (ในขณะนั้น) สนามหลวงแผนกธรรมจึงได้วางรากฐานการบริหารจัดการด้วยการจัดแบ่งพื้นที่สอบในกรุงเทพมหานครออกเป็น ๒๗ กลุ่มสนามสอบหลัก เพื่อสร้างเอกภาพในการกำกับดูแลให้ครอบคลุมทั่วเขตพระนครและปริมณฑล
บทนำ: วิกฤตศรัทธากับความท้าทายในการบริหารจัดการ ในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ วงการศึกษาคณะสงฆ์ไทยได้เผชิญกับปรากฏการณ์ความตื่นตัวทางวิชาการครั้งสำคัญ เมื่อสถิติผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง ๒๐๕,๘๗๗ รูป/คน ตัวเลขดังกล่าวแม้จะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการเผยแผ่ศาสนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็น “โจทย์หิน” ด้านการบริหารจัดการสำหรับกองธรรมสนามหลวงส่วนกลาง การรวบรวมและประเมินผลใบตอบนับแสนฉบับให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันจำกัด กลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน โดยการดึง “เจ้าคณะภาค” เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักของการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการยกย่องเป็นองค์ประมุขคณะสงฆ์ผู้ทรงปฏิรูปการศึกษาอย่างลึกซึ้งและเป็นระบบมากที่สุดพระองค์หนึ่ง ในระหว่างการทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช (พ.ศ. ๒๔๕๓–๒๔๖๔) พระองค์มิเพียงทรงเปลี่ยนแปลงหลักสูตร แต่ทรงสร้าง ระบบบริหารจัดการการศึกษา ที่สมบูรณ์ ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร โครงสร้างองค์กร การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการบูรณาการนโยบาย